ณ. บ้านหลังหนึ่งในใจกลางมหานคร กรุงเทพฯ หนูจี๊ดเด็กน้อยผู้น่ารักได้กำเนิดขึ้นมาท่ามกลางความรักและเติบโตมาพร้อมกับความอบอุ่นของทุกคนภายในครอบครัว เธอจึงอยากให้ทุกคนบนโลกใบนี้มีความสุขเหมือนๆ กับเธอ หนูจี๊ดมีน้องชายอยู่คนหนึ่งชื่อจ๊อบ มีนิสัยยียวนกวนประสาทมากในความคิดของหนูจี๊ด แต่ในหลายๆ ครั้งจ๊อบก็มักจะจุดประกายความคิดดีๆ ให้กับหนูจี๊ดอยู่เสมอๆ

“หนูจี๊ดคราวนี้คุณพ่อคุณแม่จะไปหลายวันนะลูก ดูแลน้องด้วย ไม่ดื้อไม่ซนกับคุณปู่นะคะรู้มั๊ย”

“ค่าาา~~~ คุณแม่ หนูจี๊ดทราบแล้ว ซื้อขนมมาฝากหนูจี๊ดเยอะๆ เลยนะคะ”

“พ่อกับแม่ก็แทบจะยกทั้งกระเป๋าเพื่อใส่ขนมมาให้หนูจี๊ดทุกทีไม่ใช่เหรอลูก อย่าลืมที่สัญญาไว้กับคุณแม่นะ”

คุณพ่อพูดยิ้มๆ เพราะหนูจี๊ดพูดแบบนี้ทุกครั้งที่คุณพ่อและคุณแม่ต้องไปทำงาน คุณพ่อของหนูจี๊ดเป็นนักบินและคุณแม่เป็นแอร์โฮสสเตททำให้เดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศบ่อยๆ ถึงแม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่มีเวลาให้หนูจี๊ดอย่างเต็มที่ แต่ด้วยความรักความอบอุ่นและความเข้าใจที่คุณพ่อคุณแม่ รวมถึงคุณปู่มอบให้ก็ไม่ได้ทำให้หนูจี๊ดและน้องเป็นเด็กมีปัญหาแต่อย่างใด

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นกันแต่เช้าหน่อยนะหลาน เราจะไปอัมพวากัน” คุณปู่บอกหลานทั้งสองขณะรับประทานอาหาร

“อ้าว ! วันพรุ่งนี้คุณปู่บอกจะสอนหนูจี๊ดทำขนมกล้วยไม่ใช่เหรอคะ”

“เอ้อ ! ปู่ก็ลืมไปเลย คนแก่ก็แบบนี้แหละ ไว้อาทิตย์หน้าแล้วกันนะหนูจี๊ดเอ๊ย ยังไงพรุ่งนี้เดี๋ยวเราคงต้องค้างไปอัมพวากันก่อนสักสองสามวัน เพราะป้าแจ่มใสเค้าจะมารับตอนบ่ายๆ”

”โอเคค่ะคุณปู่ จะว่าไปเราก็ไม่ได้เจอคุณป้าแจ่มใสมานานแล้วเหมือนกันเนอะจ๊อบ”

“ใช่เลยพี่จี๊ด อยากกินผลไม้อร่อยๆ ที่สวนคุณป้าม้ากมาก”

“สรุปคิดถึงป้าหรือผลไม้ของป้าเค้ากันแน่เจ้าจ๊อบ”

“ก็ทั้งสองอย่างแหละฮะคุณปู่ แต่ยังไงป้าแจ่มใสก็มาก่อนอันดับหนึ่งอยู่แล้วคร้าบบบ”

เมื่อทั้งปู่ และหลานๆ ได้เดินทางไปถึงบ้านของป้าแจ่มใสที่เป็นเรือนไม้ริมน้ำ อาณาบริเวณโดยรอบเป็นสวนผลไม้ ซึ่งเป็นสวนของคุณป้าและครอบครัว โดยจะมีคนมาซื้อผลไม้จากคุณป้าไปขายตามตลาดต่างๆ โดยเฉพาะตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันเป็นจำนวนมาก ได้สัมผัสการอยู่แบบโฮมเสตย์และบรรยากาศริมแม่น้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด

“ถึงแล้วจ๊ะเด็กๆ ป้าเตรียมห้องไว้ให้แล้วนะจ๊ะ พักผ่อน เดินเล่นตามสบายเลย เดี๋ยวตอนเย็นๆ ป้าจะพาพวกเราไปเดินตลาดน้ำกัน” คุณป้าแจ่มพูดอย่างใจดี

“ค่ะ/ครับ คุณป้า” เด็กทั้งสองคนขานรับคุณปากกันอย่างพร้อมเพรียง หลังจากที่จี๊ดและจ๊อบพักผ่อนจากการเดินทางแล้ว ก็มาเดินเล่นในสวนผลไม้ของคุณป้ากัน

“สวนคุณป้าบรรยากาศดีเหมือนเดิมเนอะพี่จี๊ด”

“อืม แต่ก็มีเปลี่ยนไปบ้างนะเนี่ย ช่วงนี้พวกเราไม่ได้มากันบ่อยๆ เหมือนแต่ก่อน หลังๆ ส่วนใหญ่คุณป้าจะไปหาเราซะมากกว่า”

“แต่มานี่ก็มีผลไม้ให้กินไม่เบื่อเลย ฟรีด้วย ฮ่าๆๆ ถ้าผลไม้เป็นขนมก็คงจะดีนะ เพื่อนๆ จ๊อบจะได้กินผลไม้กันมากขึ้น”

“ผลไม้ก็คือผลไม้แหละ แต่ถ้าเกิดทำให้ความรู้สึกเหมือนขนมได้มันก็คงจะดีเหมือนกันแหละพี่ว่า”

ถ้าผลไม้เหมือนขนม คำพูดของจ๊อบทำให้หนูจี๊ดเกิดประกายบางอย่างในใจ

“มากันได้แล้วจ๊ะเด็ก เราจะไปตลาดน้ำกันแล้ว เดี๋ยววันนี้ ป้าจะให้คนพายเรือจากบ้านกันไปเลย”

“เย้ๆๆ หนูจี๊ดยังไม่เคยนั่งเรือเลย”

ตลาดน้ำอัมพวา เป็นตลาดที่ของพื้นบ้านทั่วๆ ไป รวมถึงอาหารที่รสชาติเป็นที่ถูกปากถูกใจ ทำให้นักท่องเที่ยวพากันหลั่งไหลเข้ามา คุณป้าซื้อก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณอัมพวาให้เราทั้งหมดรับระทานกัน ซึ่งรสชาติก๋วยเตี๋ยวของที่นี่บอกได้คำเดียวว่าอร่อยสุดๆ แถมราคาก็แสนถูก เพียง 10-15 บาทเท่านั้นเอง

“เดี๋ยวนี้ชาวต่างชาติมากันเยอะนะแจ่ม” คุณปู่เปรยกับคุณป้าแจ่มใส

“เดี๋ยวนี้พวกต่างชาติเค้าสนใจอยากรู้วัฒนธรรม แล้วก็มาสัมผัสบรรยากาศริมน้ำมากขึ้น โฮมสเตย์ก็เยอะมากขึ้นน่ะพ่อ”

คุณป้ากำลังคุยกับคณปู่ไปตามเส้นทางที่เราพายเรือไปในตลาด หนูจี๊ดเห็นผู้คนนอกจากจะสนใจอาหารการกิน เช่นก๋วยเตี๋ยวโบราณอัมพวา กระเพาะปลา และอื่นๆ อีกมาก หนูจี๊ดยังเห็นชาวต่างชาตินิยมซื้อของไทยๆ และผลไม้อีกด้วย

“คุณป้าคะ ทำไมพวกนักท่องเที่ยวเค้าถึงซื้อผลไม้กันเยอะจังล่ะคะ“

“ประเทศของเราผลไม้อุดมสมบูรณ์ไงจ๊ะ อย่างผลไม้บางอย่างที่ประเทศเค้าก็ไม่มีนะ หรือไม่ก็รสชาติไม่เหมือนของบ้านเรา เพราะสภาพอากาศไม่เหมาะกับการปลูกน่ะจ๊ะ”

“อ๊อ แบบนี้นี่เอง อย่างงี้เราก็อุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้ ดีจังเลยนะคะ”

“ใช่แล้วจ๊ะ เห็นมั๊ยจ๊ะ มีผลไม้เราก็ต้องกินกัน มันมีประโยชน์ เรามีของดีๆ ในประเทศเราแล้วแท้ๆ ต้องกินกันเยอะนะๆ”

“พี่จี๊ด อย่างงี้เค้าก็ต้องแบกเป็นถุงๆ กลับบ้าน หนักแย่เลย แล้วเค้าจะเอากลับประเทศยังไงล่ะเนี่ย”

“พี่คิดว่าเค้าคงต้องกินกันให้หมดตั้งแต่ที่นี่เลยแหละมั้งจ๊อบ“

“แบบนี้ก็ซื้อไปฝากคนที่บ้านเหมือนพวกเราไม่ได้นะสิเนอะ“

“ก็คงยังงั้นแหละมั้งจ๊ะ”

คำพูดของจ๊อบทำให้หนูจี๊ดคิดอะไรบางอย่างได้ ถ้าเราอยากกินผลไม้เราก็ต้องซื้อต้องนั่งปอกกินกัน นำกลับก็ไม่สะดวก ถ้าเราทำให้การกินผลไม้เป็นอะไรที่ง่ายๆ เหมือนขนมก็คงจะดี เด็กๆ อย่างเพื่อนๆ ของจ๊อบก็จะได้สนใจกับการกินผลไม้ ซึ่งเป็นของที่ในบ้านเมืองเรามีและมีประโยชน์ด้วย

“คุณปู่ฮะ จ๊อบเห็นพวกฝรั่งเค้ากินตลอดเวลาเลย เห็นเค้าดูเคี้ยวๆ บ่อยจัง”

“เค้าเคี้ยวหมากฝรั่งไงจ๊อบ เหมือนที่หลานเห็นในโฆษณาในทีวีไง ปู่ว่าบางทีกินมากไปมันก็ไม่ดีเท่าไหร่นะ”

“ถ้าไว้ดับกลิ่นปากก็พอโอเคนะจ๊อบ เคี้ยวบ่อยมันก็ดูไม่สุภาพในบางที ถึงมันจะไม่เหมือนลูกอมที่กินบ่อยๆ แล้วฟันผุก็เถอะ” คุณป้าเสริมคำพูดของคุณปู่อีก

“พอเคี้ยวแล้วต้องหากระดาษมาคายทิ้งอีก ถ้าเคี้ยวๆ แล้วกลืนลงไปได้เลยก็คงจะดีนะฮะ”

เคี้ยวว !!!!! เคี้ยววงั้นหรอออ !!!!! บทสนทนาของคนในครอบครัวทำให้หนูจี๊ดปิ๊งไอเดียเด็ดๆ ขึ้นมาทันที ใช่แล้วววว ผลไม้เคี้ยวหนึบไงๆ ถ้าหนูจี๊ดทำให้ผลไม้เคี้ยวหนึบได้ละก็มันจะต้องเป็นอะไรที่เยี่ยมยอดมากๆ แน่ๆ เคี้ยวหนึบน่ารับประทานเหมือนขนม กลืนลงไปก็ได้ประโยชน์ วิตามินเกลือแร่จากผลไม้ อย่างนี้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ก็รับประทานได้สะดวกแน่ๆ ใช้ผลไม้ล้วนๆ ทำเลย ได้ประโยชน์เต็มคำ เจ๋งสุดอ่ะหนูจี๊ดด ความฝันของเราเป็นรูปเป็นร่างแล้วววววว

“ป้าว่าเดี๋ยวเราจอดเรือไว้ตรงนั้นดีกว่า แล้วลงไปเดินเล่นกันดีมั๊ย” คุณป้าชี้ตรงที่เป็นจุดเทียบเรือพอดี

“ดีเลยค่ะคุณป้า หนูจี๊ดอยากสำรวจที่นี่ให้มากกว่านี้เหมือนกัน ไปกันเถอะจ๊อบ”

“พี่จี๊ด ไปกับคุณป้า คุณปู่เหอะ จ๊อบขอนั่งรอบนเรือกับพี่ปิงดีกว่าฮะ”

จ๊อบไม่อยากไปเดิน เลยนั่งรอกับพี่ปิงคนงานที่บ้านป้าแจ่มใส ซึ่งเป็นคนพายเรือมาให้

“เอาอย่างงั้นหรอจ๊ะ แต่ป้าเป็นห่วงเรา กลัวเราจะซนน่ะสิตาจ๊อบ”

“จ๊อบเป็นเด็กดีครับคุณป้า จะเชื่อฟังพี่ปิงทุกอย่างเลยฮะ”

“ครับ เดี๋ยวผมดูแลน้องจ๊อบให้เองครับ” ปิงยิ้มตอบพร้อมพยักหน้าหงึกๆ

หนูจี๊ด ป้าแจ่มใสและคุณปู่ เดินเที่ยวชม ซื้ออาหารกลับไปที่บ้านหลายอย่างเลยทีเดียว แต่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนวี๊ดว๊าย และมุงดูมุมที่ไม่ห่างจากจุดที่จอดเรือมากนัก

“เด็กตกน้ำค่ะ ช่วยด้วยๆๆ”

เสียงคนตะโกน “ไปดูกันดีกว่าค่ะคุณป้า” หนูจี๊ดชักชวน

“นั่นมันเจ้าจ๊อบนี่แจ่ม!!!”

เสียงคุณปู่ตกใจมาก หนูจี๊ดรีบวิ่งไปดู เห็นพี่ปิงว่ายช่วยจ๊อบขึ้นมาที่ฝั่งพอดี

“ผมขอโทษครับคุณแจ่มที่ทำให้น้องจ๊อบตกน้ำ ผมดูแลไม่ดีเอง”

พี่ปิงกล่าวขอโทษอย่างเสียใจ

“ไม่เป็นไรหรอกฮะพี่ปิง จ๊อบสนุกดีออก” นายจ๊อบนอกจากจะไม่ได้สำนึกอะไรแล้ว ยังพูดทำหน้าทะเล้นอีก แตกต่างจากพี่ปิงที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว

“ยังจะมาพูดอีกเจ้าจ๊อบ กลับบ้านกันเดี๋ยวนี้เลย เราต้องชำระความกันหน่อยแล้ว” คุณปู่พูดเสียงดุ

“อย่าเล่นแบบนี้สิจ๊อบ ป้าว่าแล้วเราต้องซน ปล่อยไม่ได้จริงๆ คนอื่นเค้าเป็นห่วงกันมากรู้มั๊ย”

ก็จะไม่ให้คุณปู่ คุณป้าเครียดได้อย่างไร นอกจากจะเล่นสนุกไม่คิดแล้ว คนอื่นเค้ายังเป็นห่วงกันมากมาย มุงดูกันเกือบทั้งตลาด แต่เจ้าจ๊อบยังยิ้มร่า แถมคิดเป็นเรื่องสนุกสะงั้น ข้อแก้ตัวของเด็กคนนี้คือ

“จ๊อบแค่อยากลองหัดพายเรือเองเท่านั้นล่ะฮะ ใครจะไปรู้ว่ามันจะคว่ำกันง่ายๆ”

” แต่…อย่าโทษพี่ปิงเลยฮะ….จ๊อบแกล้งทำเป็นปวดท้องให้พี่ปิงไปตามคุณป้ามาเองฮะ”

ดูเจ้าเด็กแสบทำซะ คนอื่นเค้าใจหายใจคว่ำกันหมด

“ต่อไปถ้าทำแบบนี้อีก ปู่จะไม่ให้เรามาที่นี่อีกนะจ๊อบ การเล่นสนุกๆ ของเรา คนอื่นเค้าไม่สนุกด้วย เค้าเป็นห่วงเรามาก อีกอย่างปู่ไม่ชอบเด็กโกหก โกหกในเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่งด้วย”

พอฟังแบบนี้จ๊อบของเราเลยหงอยไปเลย เรื่องราวที่อัมพวายังไม่จบเพียงแค่นี้ ความฝันของหนูจี๊ดเพิ่งจุดประกายเริ่มต้นเท่านั้น แต่การสานต่อความฝันหนทางยังอีกยาวไกลนักที่เราคงจะต้องติดตามต่อไป เพราะความฝันของหนูจี๊ดไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เหมือนที่จ๊อบอยากจะลองพายเรือแล้วตกน้ำอย่างแน่นอน

มาดูสิว่าใครจะพาจ๊อบฝึกพายเรือ ทำคะแนนได้ดีที่สุด 

	
	
	
	
	

 

edit @ 10 Apr 2009 16:46:37 by หนูจี๊ด

Comment

Comment:

Tweet

ทำไมตัวหนังสือทะลุไปทางขวาหมดเลยล่ะ