วันนี้วันเปิดเทอมวันแรกหนูจี๊ดและใบเตยรู้สึกดีใจมาก เพราะจากที่ลุ้นเรื่องที่จะได้อยู่ห้องเดียวกันมานาน วันนี้ก็ได้รู้ผลเป็นที่น่าพอใจ

 

“ได้อยู่ห้องเดียวกันจริงๆ ด้วยใบเตย...ดีใจจัง“

 

“ใบเตยก็ดีใจ อย่างน้อยเราก็มีจี๊ดอยู่เป็นเพื่อนสนิทเรา เพราะตอนนี้เรายังไม่รู้จักใครเลย“

หนูจี๊ดมัวแต่ดีใจเพลิน จนลืมสังเกตไปว่า คู่ปรับตัวฉกาจของหนูจี๊ดก็อยู่ห้องนี้เหมือนกัน

 

“ดูห้องเสร็จแล้วเดี๋ยวรีบไปส่งจ๊อบก่อนดีกว่าใบเตย เผื่อว่าคุณครูประจำชั้นมีอะไรจะชี้แจ้งให้เด็กใหม่รู้ก่อนเรียน จ๊อบจะได้ไปเจอเพื่อนๆ ใหม่ด้วย“

 

“ไปกันเหอะพี่จี๊ด จ๊อบอยากเจอเพื่อนใหม่เต็มทีแล้ว“

 

“อ้าววว.....อยู่ห้องนี้เหมือกันหรอจ๊ะหนูจี๊ด“

เสียงคุ้นหูทักหนูจี๊ดอย่างไม่เป็นมิตรเลย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใคร ทำไมซวยอย่างงี้เนี่ย

 

“ไม่คิดเหมือนกันว่าจะได้มาอยู่ห้องเดียวกับเธอสองคน“

นั่นน่ะสิ...อุส่าห์โชคดีไปปีนึง ทำไมปีนี้วนมาอยู่ห้องเดียวกันอีกจนได้ ชีวิตไม่สงบสุขอีกแล้วเรา หนูจี๊ดนึกในใจ

 

“ใครกันหรอหนูจี๊ด ท่าทางแปลกๆนะ“

ใบเตยกระซิบถาม

 

“คนนิสัยไม่ดีน่ะใบเตย อย่าไปสนใจเลย“

 

“สวัสดีค่ะเด็กๆ ขึ้น ป.4 กันแล้ว คุณครูก็อยากให้พวกหนูตั้งใจเรียนกันให้มากขึ้นกว่าเดิมนะคะ วันนี้วันเปิดเทอมวันแรก เรามีเพื่อนใหม่ย้ายมาเรียนในห้องเดียวกับเราด้วยน๊ะจ๊ะ มานี่สิจ๊ะใบเตย“

 

“สวัสดีจ๊ะ เราชื่อใบเตยนะ เพิ่งย้ายเข้ามาเรียนในโรงเรียนนี้วันแรกค่ะ...ยังไงก็ฝากตัวกับเพื่อนๆทุกคนด้วยนะคะ“

ใบเตยพูดเสร็จก็เข้ามานั่งข้างๆ หนูจี๊ด

 

“ยัยเด็กใหม่นี่น่าหมั่นไส้จริงๆ ทำมาเป็นฝากเนื้อฝากตัว ที่แท้ก็เป็นเพื่อนยัยหนูจี๊ด เรามีของเล่นใหม่ไว้แกล้งยัยหนูจี๊ดแล้วล่ะ“

แพตตี้พูดกับมิวอย่างมีแผนการ

 

“แหมๆ มิวว่ายัยใบเตยนี่เก็บไว้ก่อนดีกว่าแพตตี้ ได้ข่าวมาว่าน้องชายยัยหนูจี๊ดเพิ่งย้ายเข้ามาขึ้นมา ป.1 การแกล้งเด็กๆ ที่ไม่รู้เรื่องอาจจะสนุกกว่าก็ได้นะ ยัยใบเตยอยู่ใกล้ๆ เรานี่เองจะแกล้งเมื่อไหร่ก็ได้“

มิวพูดอย่างคนมีแผนที่เหนือชั้นกว่า

 

....แล้วหนูจี๊ดจะรับมือยังไงกับแผนการร้ายของสองคู่ปรับตัวฉกาจ ที่มักหาเรื่องหนูจี๊ดเป็นประจำมาแต่ไหนแต่ไรละนี่....

 

“สวัสดีหนูจี๊ด ได้ข่าวว่าน้องชายของเธอเพิ่งเขาเรียน ป.1 ปีนี้ไม่ใช่หรอ“

มิวเป็นคนเปิดประเด็นถามหนูจี๊ดตอนพัก

 

“ทำไมเธอสองคนมีปัญหาอะไรกับน้องเรา อย่ายุ่งกับน้องเราดีกว่านะ“

 

“อ้าว ทำไมพูดยังงั้นล่ะจ๊ะหนูจี๊ด เราก็ถามตามประสาเพื่อนกัน เห็นน้องของเพื่อนเพิ่งเข้าโรงเรียนมา ได้ข่าวว่าอยู่ห้องสามหนิ“

 

“รู้กันได้ยังงัย จะทำอะไร คิดร้ายอะไรกับเราเราก็ไม่ว่าหรอกนะ แต่อย่ามายุ่งกับน้องเราจะดีกว่า น้องเรายังเด็กอยู่ แกล้งเด็กมันไม่ดีหรอกนะ“

 

“แหมๆ เราสองคนไม่ได้ใจร้ายขนาดแกล้งเด็กหรอกนะ คิดมากไปได้“

น้ำเสียงที่แกล้งทำเป็นจริงใจ แต่หนูจี๊ดก็จับความรู้สึกได้

 

“ก็ขอให้มันเป็นอย่างงั้นจริงๆก็แล้วกัน“

หนูจี๊ดพูดอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าเลือกได้ไม่อยากคุยกับสองคนนี้เลยจริงๆ

 

“แค่พูดชื่อห้องสามมาเฉยๆ ไม่คิดว่าจะเดาถูกนะเนี่ย“

 

“ถือว่าเป็นโชคดีของเราแล้วล่ะ“

 

“แล้วคิดแผนไว้ว่ายังงัยล่ะมิว“

 

“เดี๋ยวก็รู้ พรุ่งนี้มิวมีของเล่นสนุกๆ ต้อนรับน้องใหม่ห้องสาม แพตตี้คอยดูก็แล้วกัน“

มิวพูดอย่างมาดหมาย

 

“น้องจ๊อบคะ น้องจ๊อบ“

 

“ครับ“

 

“พี่เป็นเพื่อนของพี่จี๊ดจ๊ะ พอดีพี่จี๊ดฝากของมาให้น่ะ“

มิวพูดกับจ๊อบอย่างใจดี

 

“ฝากอะไรมาหรอฮะ ทำไมพี่จี๊ดไม่เอามาให้เองล่ะ“

 

“พอดีคุณครูให้พี่จี๊ดไปช่วยงานจ๊ะ เลยฝากพี่สองคนมาให้“

 

“ใช่จ๊ะ อันนี้มันเป็นฝักถั่วที่คุณครูพี่ให้เอามาทดลอง เวลาจับแล้วบีบแปะๆ จะมีเสียงด้วย“

 

“เอาไว้เล่นกับเพื่อนๆ สนุกดี พี่จี๊ดเลยเอามาให้น้องจ๊อบเล่นกับเพื่อนๆ บ้าง“

 

“พี่จี๊ดมาแปลกแฮะ ใจดีให้ของเล่นเนี่ยนะ“

 

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นพี่เค้าฝากมาให้น่ะ เดี๋ยวพี่สองคนต้องไปแล้วจ๊ะ ต้องรีบไปส่งการบ้านต่อแล้ว“

 

“ขอบคุณมากนะครับพี่ๆ“

 

“นี่มิว ไม่คิดว่าจ๊อบจะเก็บไว้เฉยๆ หรอ บางทีอาจจะสงสัยว่าเป็นหมามุ่ยก็ได้นะ“

 

“ไม่หรอก จากที่ดูๆ จ๊อบน่าจะแสบพอควร อีกอย่างฝักหมามุ่ยที่เราให้ไปมันก็คล้ายฝักถั่วจะตาย ไม่น่าจะสงสัยหรอกหน่า...“

 

“นี่ๆ พวกเรามาเล่นกันเหอะ พี่จี๊ดให้ของเล่นใหม่เรามาด้วยแหละ“

 

“อะไรหรอ เอาถั่วมาให้กินหรอไงจ๊อบ“

 

“เปล่าๆ มันเป็นฝักถั่ว บีบแล้วมีเสียงแปะๆ ด้วยนะ แปลกดีอ่ะ“

จ๊อบนำเสนอกับเพื่อนๆ ซึ่งในถุงก็มีถั่วมากพอสมควร

 

“เล่นด้วยๆๆ ทำไมมานมีเสียงดังจัง“

 

“โอ้ยๆๆ เราคันมากเลยจ๊อบถั่วอะไรเนี่ย“

จ๊อบก็เริ่มคันแล้วเหมือนกัน ทำไมมันคันอย่างงี้เนี่ย แล้วเพื่อนๆที่รวมวงกับจ๊อบก็เริ่มคันและแดงมากๆ

 

“ตายแล้ว ! เด็กๆ ทำไมมือแดงอย่างงี้ละคะ“

 

“ถั่วอะไรก็ไม่รู้ค่ะคุณครู จ๊อบเอามาให้เล่น คันมากเลย“

 

“ไหนครูดูสิคะ...เอ๊ะ! นี่มันหมามุ่ยนี่น่า...จ๊อบเอามาจากไหนคะเนี่ย ! มันอันตรายมากๆ มันจะคันรุนแรง รีบไปห้องพยาบาลเร็วค่ะ“

คุณครูรีบพาเด็กๆ ทั้งหมดไปห้องพยาบาล

 

“วิธีเบื้องต้นเราต้องเอาข้าวเหนียวมาคลึงให้เป็นก้อนเข้ากันแล้วเอามาถูตรงมือเด็กที่มีขนพิษอยู่ค่ะ เราต้องช่วยกันหลายๆ คนแล้วค่ะ“

คุณครูพยาบาลบอกคุณครูคนอื่นๆ รวมถึงรุ่นพี่โตๆ ที่เป็นอาสาอยู่ห้องพยาบาล

 

“หมามุ่ย มันมีขนพิษมากอยู่ที่ฝัก นี่เด็กๆ ก็จับบีบกันไปเต็มๆ เลย“

หลังจากปฐมพยาบาลกันเสร็จเป็นที่เรียบร้อย

 

“จ๊อบ ทำไมทำอย่างี้ล่ะคะ เอาของอันตรายแบบนี้มาให้เพื่อนๆ เล่นได้ยังไงกัน ดูสิเป็นผื่นแดงกันเกือบทั้งห้องเลย“

 

“จ๊อบขอโทษจริงครับ ไม่รู้ว่ามันอันราย พอดีพี่สาวจ๊อบให้มา...พี่บอกว่ามันเล่นได้น่ะฮะ“

 

“จ๊อบบบ !....เป็นยังไงบ้าง “

หนูจี๊ดรีบวิ่งเข้ามาดูน้องชายหลังจากที่ทราบข่าว

 

“ไม่เป็นไรแล้วล่ะพี่จี๊ด“

 

“หนูจี๊ดทำไมให้ของแบบนี้กับน้องมาเล่นได้ นี่มันหมามุ่ยนะคะ ดีนะที่ไม่มีใครเป็นภูมิแพ้รุนแรง ไม่งั้นได้ส่งโรงพยาบาลกันแน่ๆ“

 

“อะไรกันน่ะ ! จ๊อบ พี่ให้อะไรเธอไปเล่น“

 

“อย่าบ่ายเบี่ยงประเด็นเลยหนูจี๊ด คราวนี้ครูยอมให้อภัย หวังว่ามันจะไม่มีครั้งหน้าๆ อีกก็แล้วกัน ครูผิดหวังในตัวหนูจริงๆ“

 

“หนูไม่ได้ทำจริงๆ นะคะคุณครู....ต้องมีใครวางแผนแน่ๆ“

หนูจี๊ดรู้สึกเสียใจที่คุณครูไม่ยอมฟังคำอธิบายเลย

 

“ครูไม่มีอะไรจะพูดแล้ว...ไว้เราค่อยมาอบรมเรื่องนี้กันอีกทีก็แล้วกัน เข้าเรียนกันดีกว่านะ หนูจี๊ดก็ไปเรียนได้แล้ว“

 

หนูจี๊ดกลับบ้านด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยว หนูจี๊ดรู้สึกเสียใจที่คุณครูไม่ไว้ใจในตัวหนูจี๊ดแล้ว เพราะคุณครูคนนี้เป็นคุณครูที่หนูจี๊ดรัก และเคารพมากๆ

 

“ทำไมคุณครูถึงไม่ยอมฟังหนูจี๊ดเลย ใครกันนะที่วางแผนแกล้งหนูจี๊ดได้ขนาดนี้“

 

“ไม่เป็นไรหรอกหนูจี๊ด เดี๋ยวทุกอย่างจะดีขึ้นเองนะ ยังไงความจริงก็ต้องเปิดเผยจนได้แหละ“

 

“เสียงใครน่ะ“

ตอนนี้มันก็กลางคืนมากแล้ว แต่หนูจี๊ดกลับได้ยินเสียงเบาๆเหมือนมีใครพูดด้วย หลอนนะเนี่ยยย

 

“เราอาจจะเบลอๆ หูแว่วก็ได้นะ“

หนูจี๊ดพูดกับตัวเอง

 

งานเข้าซะแล้วหนูจี๊ด....คู่หูตัวแสบทำเรื่องจนได้ แล้วหนูจี๊ดได้เสียงแว่วของใคร เอ.....หรือหรือหนูจี๊ดหนูแว่วไปเอง คอยติดตามในตอนต่อไปว่าหนูจี๊ดจะทำอย่างไรดี

 

 

 

ความรู้เกี่ยวกับต้นหมามุ้ย

หมามุ่ย

หมามุ้ย หรือ หมามุ่ย ชื่อวิทยาศาสตร์ Mucuna pruriens DC. เป็นพืชเถาซึ่งมีขนคันจากฝัก เมื่อถูกผิวหนังทำให้คัน เนื่องจากขนมี mucunain enzyme สามารถย่อยโปรตีนได้ serotonin และมีสารคล้าย histamine การเกิดพิษ ขนเมื่อถูกผิดจะเกิดอาการระคายเคืองมาก คัน ปวดแสบปวดร้อน บวมแดง [1]

ลัษณะทั่วไป ใบมีรูปร่างคล้ายรูปไข่หรือรูปไข่ปนขนมเปียกปูน โคนใบอาจมีทั้งมน กลม หรือหน้าตัดก็ได้ ตัวใบบางและมีขนทั้งสองด้าน ดอกสีม่วงดำ ออกเป็นช่อตามง่ามใบ มีเมล็ด 4-7 เมล็ด ฝักจะมีขนอ่อนคลุม ฝักแก่นี้เองจะกลายเป็นพืชที่มีพิษ เมื่อผิวหนังสัมผัสกับขนพิษ ปลายยอดของขนจะแตกออก และฉีดสารพิษออกมา ทำให้ผิวหนังบวมแดง คันและปวดแสบปวดร้อน

การรักษา รีบกำจัดขนพิษออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยใช้เทียนไขลนไฟให้อ่อนตัว หรือข้าวเหนียวคลึงจนเนื้อข้าวเหนียวกลืนกัน แล้วนำมาคลึงบริเวณที่สัมผัสขนหลายๆ ครั้งจนหมด หากยังมีอาการแดงร้อนหรือคันอยู่ให้ทาคาลาไมน์โลชั่น หรือครีมสเตียรอยด์ พร้อมกับรับประทานยาแก้แพ้ เช่น คลอเฟนิรามีน 4 มก. ครั้งละ 1 เม็ดทุก 6 ชม. จนเป็นปกติ [2]

หนูจี๊ดตอนที่ 3 ความลับของเพื่อนบ้านคนใหม่

"คุณปู่คะ หนูจี๊ดเห็นบ้านหลังข้างๆ เรามีคนย้ายมาใหม่แล้วนี่คะ”

 

“อืมม เพิ่งขนของกันเมื่อกี้เองแหละจี๊ดเอ๊ย….”

 

“งั้นเราก็มีเพื่อนบ้านใหม่แล้วสินะคะ หลังจากที่น้าปริมข้างบ้านเราย้ายบ้านไปก็เงี๊ยบเงียบ...”

 

ครอบครัวใหม่ที่ย้ายมาข้างบ้านของหนูจี๊ด เป็นครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ และลูกสาว ซึ่งอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหนูจี๊ด

 

“สวัสดีจ๊ะ เราชื่อใบเตย เพิ่งย้ายมาใหม่เมื่อวานนี้เอง แล้วเธอชื่ออะไรหรอจ๊ะ”

 

“เราชื่อจี๊ดจ่ะ...เราคงได้เจอกันบ่อยๆ เอาไว้ไปเล่นด้วยกันมั๊ยจ๊ะใบเตย”

 

“ดีจังเลยจ๊ะจี๊ด ! ใบเตยเพิ่งย้ายมาก็ยังไม่ค่อยรู้จักใครเท่าไหร่เลย“

 

“โอเคเลย ! แถวนี้เด็กรุ่นพวกเราก็มีไม่มากหรอกจ่ะ.. ไว้เดี๋ยวหนูจี๊ดจะพาไปแนะนำกับเพื่อนๆ คนอื่นๆ นะจ๊ะ”

 

หนูจี๊ดพูดกับใบเตยอย่างยินดี หนูจี๊ดรู้สึกถูกชะตากับใบเตยเป็นพิเศษ ใบเตยเป็นคนน่ารัก เรียบร้อย ซึ่งแตกต่างจากหนูจี๊ดมากมาย หนูจี๊ดทำอะไรอยู่เฉยไม่ค่อยได้ แต่ถึงแม้จะนิสัยไม่เหมือนกัน แต่เราทั้งสองคนก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี ครอบครัวของใบเตยเป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากในความคิดของหนูจี๊ด มีคุณพ่อ คุณแม่ ใบเตย และยังมีน้องตัวน้อยๆ ที่ยังอยู่ในท้องของคุณแม่อีกหนึ่งคน...

 

“ใบเตยย้ายโรงเรียนด้วยรึเปล่า ? หรือว่ายังอยู่โรงเรียนเดิม” หนูจี๊ดถาม

 

“ใบเตยคิดว่าย้ายแน่นอนแล้วแหละ เพราะโรงเรียนเดิมมันไกลจากที่นี่มากพอสมควรเลยล่ะ”

 

“ดีเลยๆ ! จี๊ดอยากให้ใบเตยมาเรียนที่เดียวกัน หวังว่าเราจาได้อยู่ห้องเดียวกันในปีนี้นะ” หนูจี๊ดพูดด้วยน้ำเสียงอย่างดีใจ

 

ใกล้จะเปิดเทอมแล้ว หนูจี๊ดดีใจที่ได้เพื่อนใหม่ที่สนิทกันเป็นเพื่อนข้างบ้าน

 

“เราขี่จักรยานไปร้านปังเย็นกันดีก่าใบเตย”

 

“แต่มันไกลอยู่นะหนูจี๊ด จะดีหรอ ? เดี๋ยวถ้าเรากลับบ้านกันผิดเวลาจะถูกดุเอาได้นะ”

 

“เราก็รักษาเวลาไงใบเตย รีบไปรีบกลับ ไม่โดนดุแน่นอน.....”

 

หนูจี๊ดยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ อะไรที่ท้าทายหน่อยๆ เฉียดโดนดุนิดๆ หนูจี๊ดชอบอยู่แล้ว

 

ร้านปังเย็นเป็นร้านขนมปังเนยนมที่เปิดใหม่ หนูจี๊ดเคยมากับคุณพ่อคุณแม่สองสามครั้ง พี่ๆ ที่นี่ใจดีมาก วันนี้ลูกค้าบางตากว่าปกติ หนูจี๊ดจึงมีเวลาไปป่วน เอ๊ย...! ไปช่วยพี่เจ้าของร้านนิดหน่อย

 

“หนูจี๊ดกับใบเตยขอลองทำเองได้มั๊ยคะ พี่พลอย”

 

“ได้สิจ๊ะ เข้ามาข้างในนี้สิ”

 

พี่พลอยตอบอย่างใจดี หนูจี๊ดรู้สึกถูกชะตากับพี่พลอยเป็นอย่างมาก

 

“นี่มาฝึกทำสูตรเด็ดให้ร้านของพี่กันมั๊ย ? เนยนมปังสังขยา”

 

“โห...! มีทั้งเนย ทั้งนม ทั้งสังขยา อ้วนมั๊ยคะเนี่ย...” ใบเตยถามพี่พลอยขึ้นมา

 

“แหม....ก็นิดนึงแหละจ๊ะ แต่พี่คิดตั้งนานนะกว่าจะเอาทั้งสามอย่างมารวมกันได้อย่างลงตัว”

 

หนูจี๊ด และใบเตยฝึกทำเมนูใหม่กันอย่างสนุกสนาน และเอร็ดอร่อย

 

“ตายแล้ว...! ใบเตยยยยย....มันจะหกโมงแล้วว โดนดุแน่เลย....”

 

“จริงด้วยหนูจี๊ด ! หนูสองคนรีบปั่นจักยานร้อยเมตรไปกันได้แล้วนะ...พี่พลอย ต้องรีบปั่นจักรยานร้อยเมตรกลับบ้านเหมือนกัน”

 

“ใช่แล้วค่ะพี่พลอย...ถ้าไม่ทันเวลาเดี๋ยวได้รางวัลเป็นไม้เรียวแน่ๆ เลย” หนูจี๊ดเอ่ยอย่างติดตลก

 

“จ้าๆ แล้ววันหลังมาป่วน เอ๊ย...! มาช่วยพี่ใหม่นะคะ”

 

พี่พลอยตอบกลับด้วยเสียงหัวเราะ เอ็นดูเด็กทั้งสองแล้วก็วันนั้นก็กลับถึงบ้านด้วยเวลาเฉียดไม้เรียวจริงๆ

 

“หนูจี๊ดๆ”

 

“สวัสดีค่ะน้ามล แล้วใบเตยล่ะคะ”

 

“นี่แหละจ๊ะ เหตุผลที่น้ามาหาหนูจี๊ด ใบเตยหายตัวไป น้าหาที่ๆ ใบเตยชอบไปหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเลย ทั้งสวนสาธารณะ ร้านขายของ สนามเด็กเล่น ร้านไอติมที่ใบเตยชอบไป ร้านหนังสือ หนูจี๊ดพอจะรู้มั๊ยจ๊ะว่าใบเตยเค้ามีที่ไหนที่ชอบไปอีก ? “

 

“งั้นเดี๋ยวหนูจี๊ดช่วยหาหาใบเตยด้วยค่ะ“

 

หนูจี๊ดช่วยน้ามลตามหาใบเตยอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบใบเตยเลย หนูจี๊ดลองนึกถึงสถานที่ต่างๆ ที่ใบเตยน่าจะไปอีก

 

“ใบเตยอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย ! หนูจี๊ดกะน้ามลตามหาตั้งนาน"

 

ใบเตยอยู่ที่ร้านปังเย็น ซึ่งเป็นร้านขนมปังเนยนม ที่หนูจี๊ดและใบเตยเคยแอบขี่จักรยานมาด้วยกันครั้งหนึ่ง

 

“หนูจี๊ดมาได้ยังไงเนี่ย !”

 

“ก็น้ามลนะสิ...ตามหาใบเตยไปทั่ว หนูจี๊ดหาทุกๆ ที่ที่พวกเราไปกัน...ก็หาไม่เจอ ที่สุดท้ายที่นึกออก....ก็เลยนึกถึงปังเย็นขึ้นมานี่แหละจ๊ะ เกือบลืมที่นี่ไปแล้วนะเนี่ย...! ทำไมใบเตยถึงไม่กลับบ้านล่ะจ๊ะ”

 

“ใบเตยไม่กลับหรอกหนูจี๊ด ไม่มีใครต้องการใบเตยหรอก”

 

“ไม่จริงหรอกนะใบเตย...! น้ามลเป็นห่วงใบเตยมากเลยรู้มั๊ย ? นี่ก็ไปตามหาใบเตยที่อื่นๆ อยู่ เรากลับบ้านกันเถอะใบเตย”

 

“ใบเตยไม่อยากกลับไปเป็นส่วนเกินของบ้านหลังนั้น” ใบเตยพูดแล้วก็ร้องไห้ออกมา

 

“ส่วนเกินอะไรกานนน...ใบเตย ใบเตยเป็นลูกของน้ามล...นั่นก็เป็นบ้านของคุณพ่อคุณแม่ใบเตย แล้วทำไมใบเตยจะอยู่ไม่ได้ล่ะ”

 

“พวกเค้าไม่ใช่พ่อแม่ของใบเตยหรอกหนูจี๊ด....ไม่ใช่ ! ไม่ใช่ !” ใบเตยพูดเสียงเครือ

 

“ทำไมพูดอย่างงั้นล่ะใบเตย ใบเตยเล่าให้หนูจี๊ดฟังได้มั๊ย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่....”

 

“ความจริงแล้วคุณพ่อคุณแม่ ไม่ใช่พ่อแม่ของใบเตยหรอกหนูจี๊ด พ่อแม่เราเสียชีวิตไปแล้วทั้งคู่” เสียงใบเตยร้องไห้เริ่มหนักขึ้น

 

“คุณพ่อคุณแม่เลยเลี้ยงเราเพราะท่านสองคนมีลูกยาก อีกทั้งเราเป็นลูกของเพื่อนสนิทของพวกท่าน”

 

“แต่คุณพ่อคุณแม่ก็รักใบเตยจะตายไป ใบเตยจะเป็นส่วนเกินได้ยังงัยกัน”

 

ถ้าเป็นคนที่ดูจากภายนอกไม่มีทางรู้เลยว่า ทั้งครอบครัวของใบเตยไม่ใช่พ่อแม่ลูกกัน เพราะครอบครัวนี้มีความรักความอบอุ่นมาก

 

“ใบเตยรู้...เมื่อวันก่อนพวกคุณป้ามาหาคุณพ่อคุณแม่ที่บ้าน ใบเตยได้ยินท่านพูดว่า เดี๋ยวน้องคนใหม่ก็เกิดมา เด็กคนนั้นก็หมดความหมายแล้ว เป็นส่วนเกินของบ้านหลังนี้แล้ว อะไรแบบนี้ ใบเตยเพิ่งรู้ว่าความจริงแล้วว่าเค้าไม่ได้ชอบใบเตยเลย แต่อาจเป็นเพราะว่าตอนนั้นยังไม่มีน้องถึงได้ดีกับใบเตย”

 

“ไม่ร้องไห้แล้วใบเตย ใครจะพูดอะไรไม่สำคัญ ยังไงคุณพ่อคุณแม่ก็รักใบเตยเสมอ รวมถึงน้องในท้องด้วย ยังไงใบเตยก็เป็นพี่สาวของเค้า หนูจี๊ดเชื่อว่าน้องก็ต้องรักมากแน่ๆ เรากลับบ้านกันเถอะนะ....”

 

“จริงจ๊ะใบเตย... ยังไงแม่ก็รักหนูเสมอนะ...ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

 

“พ่อไม่รู้ว่ามีใคร จะทำอะไร หรือพูดอะไรบ้าง พ่อเสียใจ พ่อขอโทษที่ทำให้ลูกได้ยินสิ่งเหล่านั้น....แต่พ่อกับแม่ก็อยากให้ลูกรู้ว่า ยังไงลูกก็เป็นลูกของเราเสมอ”

 

“ใช่จ๊ะ ลูกคือลูกของเรา เราสองคนรักลูกเสมอนะ ไม่ว่าจะมีน้องสักกี่คน ลูกก็ยังเป็นลูกสาวคนโตที่น่ารักสำหรับแม่เสมอนะจ๊ะ”

 

“คุณพ่อ ! คุณแม่ !”

 

ใบเตยวิ่งเข้าไปกอดคุณแม่ทั้งน้ำตา ทั้งสามคนกอดกันไว้แน่น คุณพ่อคุณแม่ของใบเตยพูดทั้งปลอบใบเตย อย่างอ่อนโยน

 

“หนูก็รักคุณพ่อคุณแม่ค่ะ....ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม คุณพ่อคุณแม่คือคนที่หนูจะรัก และเคารพตลอดไป.....“

 

หนูจี๊ดเห็นภาพนั้นแล้วรู้สึกตื้นตันใจอย่างมาก ความรักที่แสนจะบริสุทธิ์คือความรักที่ไม่ต้องการสิ่งใดตอบแทน ดังเช่นความรักของพ่อแม่ที่ให้กับลูก...แม้ว่าใบเตย และพ่อแม่ของใบเตยจะไม่ได้มีสายเลือดเดียวกัน แต่ความรัก ความผูกพันของผู้ที่เลี้ยงดู อบรมสั่งสอนเรา เปรียบดังสายใยบางๆ ที่เป็นโครงร่างสร้างให้เรามีชีวิต เติบโตอยู่ได้ในสังคมด้วยความรัก หนูจี๊ด Story ในตอนนี้อาจจะดูเศร้าไปนิด...แต่ตอนหน้ามีเรื่องน่าสนใจ และไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับหนูจี๊ดอีกแล้ว ติดตามอ่านกันนะคะ

 

 

เกมส์หนูจี๊ด กับใบเตย ช่วยพี่พลอยทำขนม

เกมส์ทำอาหารตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั้งซึ่งเราตามทำอาหารตามตัวอย่างยิ่งทำเหมือนตัวอย่างมากเท่าไหร่ก็จะได้คะแนนมากเท่านั้น เล่นไปจนเลเวลมากขึ้นเลือยๆ เราต้องคิดเมนูขึ้นมาเองและตั้งชื่ออาหารนั้นขึ้นมา เพื่อที่จะได้ให้ลูกค้าสั่งแล้วเวลาที่ลูกค้าสั่งก็ทำให้เหมือนด้วยหละค่ะ
การมาอัมพวาครั้งนี้สนุกกว่าที่คิด ถึงแม้ว่าจ๊อบจะทำให้ทริปครั้งนี้สะดุดไปบ้าง เพราะทำให้คุณปู่พิโรธจนความดันอาจจะขึ้นได้ แต่ทริปนี้ก็ยังสนุกสนานดีอยู่

 

"เห้อออ...เมื่อวานจ๊อบไม่กลัวเรื่องตกน้ำเลยพี่จี๊ด แต่คุณปู่อาจจะทำให้จ๊อบถึงฆาตได้เลยนะเนี่ย"

จ๊อบพูดเสียงหวาดๆ

 

"จะโทษใครได้เล่า ก็จ๊อบทำตัวเองนี่นา ซนซะขนาดนี้"

 

"โธ่ พี่จี๊ดอ่ะ ทำไม่ไม่มีใครเข้าใจจ๊อบเลย อยากซนที่ไหนกันเล่า แค่อยากฝึกพายเรือแค่นั้นเอง"

จ๊อบพูดน้ำเสียงน่าสงสารสุดๆ แต่หน้านี่ไม่ให้เลย

หนูจี๊ดได้แต่มองน้องชายตัวแสบอย่างอ่อนใจ จะทำยังไงได้เล่า ไม่รู้ว่าเจ้าจ๊อบจะทำเรื่องสะดุดอีกรึเปล่าเนี่ย เห้อออ...

 

"เย็นนี้เราไปดูหิ่งห้อยกันดีมั๊ยจ๊ะ"

 

"อ้าว.... พวกเราก็ดูกันแล้วนี่คะ ที่ท่าเรือหน้าบ้านก็มีนี่นา"

หนูจี๊ดเอ่ยถามอย่างแปลกใจ

 

"มันไม่เหมือนกันหรอกหนูจี๊ดเอ๊ย..."

คุณปู่พูดขึ้น

 

"ใช่จ๊ะ หิ่งห้อยที่ป้าจะพาไปดูอยู่แถวบ้านปลายโพงพาง ก็ไม่ไกลจากที่นี่มาก ตอนกลางคืนล่องเรือเห็นหิ่งห้อยสวยมากเลย"

 

"จริงหรอฮะ ! คุณป้า ที่เราเห็นที่ท่านี่เทียบไม่ได้เลยใช่มั๊ยฮะ"

 

"จ๊ะ ที่นั้นมีหิ่งห้อยมากมาย นักท่องเที่ยวเค้าก็นิยมพักโฮมเสตย์ที่ปลายโพงพาง แล้วตอนกลางคืนก็มาชมหิ่งห้อยแหละจ๊ะ"

 

"โอ้โห... คุณป้าพูดซะหนูจี๊ดอยากไปดูเดี๋ยวนี้เลย จริงมั๊ยคะ ! คุณปู่..."

 

"แหม๊ๆ เราก็พูดซะเว่อร์เลยเจ้าจี๊ด คนจัดทริปหน้าบานหมดแล้ว"

คุณปู่แซวคุณป้าเล็กน้อยเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้เลยทีเดียว

พอถึงเวลาพลบค่ำ ป้าแจ่มใสก็เรียกพี่ปิงมาช่วยพายเรือให้คณะไปชมหิ่งห้อยกันอีกครั้งหนึ่ง

 

"แหม...พี่ปิง ไม่ยอมให้จ๊อบแตะไม้พายเลยนะฮะ"

จ๊อบถามเสียงกลั้วหัวเราะ

 

"ก็พี่กลัวใจน้องจ๊อบนะสิครับ เมื่อวานเล่นซะพี่ตกอกตกใจแทบแย่..."

 

"ไม่ต้องไปแซวพี่เค้าเลยเจ้าจ๊อบ !"

คุณปู่พูดเสียงดุๆ ขึ้นมา ทำให้จ๊อบเงียบลงไปได้

 

"นั่นหิ่งห้อยนี่คะคุณป้า !"

 

"จ๊ะ นี่เราเริ่มเข้าเขตที่มีหิ่งห้อยแล้วนะ เดี๋ยวข้างหน้ามีมากจนหนูจี๊ดคิดไม่ถึงเชียวล่ะ"

คุณป้าพูดอย่างน่าสนใจ

ภาพที่เห็นข้างหน้าทำให้หนูจี๊ดและจ๊อบตาค้างเลยทีเดียว ฝูงหิ่งห้อยจำนวนมากบินอยู่บนท้องฟ้า และตามต้นไม้ แถวนั้นไม่มีไฟฟ้า แสงของหิ่งห้อยที่ทอประกายบนท้องฟ้าจับกับแสงจันทร์เหมือนมีมนต์สะกดทำให้ทุกคนไม่อาจจะคลาดสายตาไปได้

 

"สวยจังเลยค่ะคุณป้า..."

หนูจี๊ดอุทานขึ้นมาเสียงไม่ดังนัก เพราะยังตกอยู่ในภวังค์

 

"สวยจริงๆ ด้วยฮะคุณป้า"

 

"เห็นมั๊ยละจ๊ะ ป้าบอกแล้ว"

เสียงตื่นตาตื่นใจของหลานๆ ทำให้คุณป้าผู้นำทริปยิ้มหน้าบานอย่างที่คุณปู่บอกจริงๆ

พายเรือชมหิ่งห้อยอีกสักพัก คุณป้าก็พาไปบ้านพักโฮมเสตย์ของเพื่อนคุณป้า

หลังจากทักทายกันเรียบร้อย หนูจี๊ดและจ๊อบก็ขอไปนั่งรับลมที่ศาลาริมน้ำหน้าบ้าน

 

"เดี๋ยวพี่เดินไปดูหิ่งห้อยที่พุ่มไม้ตรงนู้นแป๊บนึงนะ...เดี๋ยวพี่มา...อย่าซนล่ะเรา..."

 

"รู้แล้วหน่า...พี่จี๊ด ทำไมไม่มีใครไว้ใจจ๊อบกันเลยเนี่ย"

…..อืมม หิ่งห้อยนี่ก็มีแสงสวยงามจริงๆนะ หิ่งห้อยรวมกันเป็นฝูงนี่ก็มีแสงสว่างมากๆ แน่ๆ เลย…..

...จ๊อบคิดในใจ...

 

"กลับกันได้แล้วลูก ป้ามนก็ให้ขนมมาให้เต็มเลย หลายถุงเชียวแหละเด็กๆ"

 

"ป้ามนนี่ใจดีจังเลยนะฮะ เดี๋ยวจ๊อบช่วยถือฮะ"

 

"หนูจี๊ดช่วยถือด้วยค่ะ....อ้าว ! จ๊อบทำไรน่ะ"

หนูจี๊ดเห็นจ๊อบเปิดถุงทำลับๆ ล่อๆ

 

"อ๋อ... เปล่าหรอกพี่จี๊ด จ๊อบแค่อยากดูว่ามีขนมอะไรมั่ง อ่ะพี่จี๊ดช่วยกันถือๆ"

จ๊อบส่งถุงให้หนูจี๊ดช่วย แต่หนูจี๊ดก็ยังอดสงสัยไม่ได้อยู่ดี ไว้เดี๋ยวค่อยถามแล้วกัน จ๊อบยิ่งชอบซนเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วด้วย

เมื่อกลับมาถึงบ้านหนูจี๊ดและจ๊อบก็อาบน้ำเตรียมจะเข้านอน

 

"ตายแล้วววว !!! พ่อดูสิคะ"

คุณป้าอุทานอย่างตกใจกับคุณปู่ ขณะที่หนูจี๊ดกำลังเดินมาหาคุณป้าเพื่อดื่มน้ำขิงยามดึก

 

"มีอะไรหรอคะคุณป้า ! อะไรตายคะ"

 

"ยังไม่ตายหรอกจ๊ะ... แต่ถ้าช้ากว่านี้จะตายแน่ๆ"

ในมือคุณป้ามีโหลใบเล็กๆ ใส่หิ่งห้อยอยู่จำนวนมาก มีแสงสว่างเรืองรอง

 

"ตายแล้วว...! มาจากไหนคะเนี่ยคุณป้า"

 

"ป้าเห็นในถุงขนมแหละจ๊ะ ป้าคิดว่าป้ามนเค้าคงไม่จับมาให้เราทอดกรอบแน่ๆ"

คุณป้าพูดติดตลกเล็กน้อย

 

"จ๊อบแน่เลยค่ะ ! คุณป้า หนูจี๊ดว่าแล้ว....เห็นทำอะไรลับๆล่อตอนรับถุงขนม ที่แท้จะซ่อนหิ่งห้อยนี่เอง เดี๋ยวหนูจี๊ดรีบเอาไปปล่อยดีกว่าค่ะ เดี๋ยวมันจะตายเอา"

หนูจี๊ดรีบนำโหลหิ่งห้อยไปปล่อยที่ท่าน้ำ

 

"พูดถึงจ๊อบกันอยู่รึเปล่าฮะ"

จ๊อบตัวหอมฟุ้งเพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินยิ้มเพล่เข้ามา

 

"จับหิ่งห้อยมาทำไมเจ้าจ๊อบ ! มากมายขนาดนี้"

คุณปู่หันไปถามจ๊อบอย่างจริงจัง

 

"แหมๆ ทำไมหน้าเครียดอย่างนั้นล่ะฮะ....ก็หิ่งห้อยมีแสงสว่างนี่นา เราเอามาทำเป็นหลอดไฟตอนกลางคืนก็สวยดี ประหยัดไฟด้วย"

จ๊อบพูดอย่างภูมิใจที่ได้ทำประโยชน์

 

"รู้มั๊ยจ๊ะจ๊อบ ทำแบบนี้มันไม่ได้ช่วยประหยัดไฟเลย แต่เป็นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิตนะลูก"

คุณป้าพูดสอนจ๊อบ

 

"ทำไมล่ะฮะ... ก็หิ่งห้อยเค้ามีแสงสว่างนี่นาทำไมจะใช้ไม่ได้ละครับ"

 

"แต่หิ่งห้อยมันก็ต้องกิน ต้องมีชีวิต ต้องหายใจเหมือนคนเรานะเจ้าจ๊อบ เจ้าทำแบบนี้เท่ากับไปทำลายชีวิตเค้า แล้วเราได้ประโยชน์ฝ่ายเดียว"

คุณปู่สอนจบ เพราะถึงแม้จ๊อบซนเป็นประจำ แต่พอเข้าใจว่าครั้งนี้จ๊อบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แค่ต้องการช่วย"ประหยัดไฟ"เท่านั้นเอง

 

"ขอโทษฮะ จ๊อบก็ไม่ได้คิดถึงจุดนั้นจริงๆ จ๊อบไม่ได้ตั้งใจ"

จ๊อบพูดอย่างสำนึกผิด

 

"อีกอย่างนะจ๊อบ ถ้ามันตายแล้ว มันจะช่วยประหยัดไฟได้ไง เพราะมันไม่มีแสงแล้ว..."

คุณปู่พูดตบท้ายอย่างขำๆ

"อยากประหยัดไฟก็ทำได้ง่าย ช่วยกันประหยัดไฟฟ้า แต่ทำให้ถูกวิธีนะคะ อย่าจับหิ่งห้อยมาเป็นหลอดไฟแบบจ๊อบล่ะ"

 

 

เกมส์จับหิ้งห้อย...แต่เพื่อนๆ อย่าลืมปล่อยไปด้วยนะ (แล้วจะจับมันทำไม....???? คริคริคริ...)

วิธีการเล่น : ใช้การคลิกเมาส์ไปตรงตัวละครตัวไหนก็ได้หนึ่งตัว เพื่อเป็นการสั่งให้ตัวละครกระโดดเก็บหิ่งห้อย โดยในสามตัวนั้นความสามารถในการกระโดดจะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นต้องเลือกให้ดี

edit @ 27 Apr 2009 09:02:41 by หนูจี๊ด